วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2554

JavaBean(1)

JavaBean คืออะไร แล้วจะใช้มันได้อย่างไร แล้วถ้าสร้างหละจะทำอย่างไร วันนี้เรามาหาคำตอบกัน กับ JavaBean!!!

JavaBean คือ คือการนำคอมโพเนนต์ต่างๆที่ถูกสร้างเอาไว้แล้วด้วยภาษาจาวาเอง กลับมาใช้หรือประยุกต์เข้ากับโปรแกรมอื่นๆ ที่สร้างขึ้นมาใหม่โดยที่สามารถสร้างหรือเพิ่มคอมโพเนนต์เหล่านั้นเข้าไปได้ด้วย (Buider Tool) หรือเขียนโค้ดเองเหมือนกับการเขียนโปรแกรมจาวาปกติ ซึ่งเราสามารถเขียน JavaBean ได้จากโปรแกรมที่มีชื่อว่า BeanBox ซึ่งเป็นโปรแกรม Bean Development Tool Kit(BDK) โดยหลักของการเขียน JavaBean ก็มีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อดังนี้
1.) JavaBean จะต้องมี Constructor method ที่ไม่มี argument(Zero-argument) ซึ่งโดยค่าปกติของ java จะทำการใส่ Zero-argument ให้อัตโนมัติ ผู้เขียนจึงไม่จำเป็นต้องใส่ constructor ก็ได้
2.) ควรจะประกาศตัวแปรให้เป็นชนิด private เพื่อไม่ให้ใครสามารถเข้าถึง และเปลี่ยนแปลงค่าตัวแปลงได้ ซึ่งการจะเปลี่ยนแปลงค่า หรือจะเรียกค่าตัวแปรมาใช้ จะต้องทำผ่าน method
3.) เมื่อตัวแปรเป็นชนิด private แล้วก็ย่อมจะต้องมี method ไว้ใช้ในการเปลี่ยนแปลงค่า หรือเรียกค่าตัวแปรออกมาใช้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงค่าจะทำผ่าน method set(ตามด้วยชื่อตัวแปร) และการเรียกค่าตัวแปรออกมาใช้จะทำผ่าน method get(ตามด้วยชื่อตัวแปร) ชื่อที่ตามหลัง set และ get จะเป็นชื่อที่แสดงไว้ให้ผู้ใช้เรียกใช้ และมีข้อยกเว้นสำหรับ method get ในตัวแปรชนิด boolean สามารถใช้คำว่า is แทน get ได้

เมื่อเราได้รู้หลักของ JavaBean กันไปแล้วต่อมา เรามาหัดสร้าง และลองใช้ Buider Tool อย่าง BeanBox กันดีกว่า

ก่อนอื่นเรามาสร้าง JavaBean เราจะต้องมีโปรแกรมที่เขียนตามหลัก JavaBaen กันก่อน ซึ่งเมื่อเรามีแล้วเราก็จะทำการสร้างดังต่อไปนี้

เราจะต้องสร้าง Mainfest file (.mf) ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
Main-Class: ชื่อ Package.ชื่อ Class
Name: ชื่อไฟล์ Class
Java-Bean: True
เว้นไว้ 1 บรรทัด

ตัวอย่าง
Main-Class: counter.Counter
Name: counter/Counter.class
Java-Bean: True

จากนั้นก็ทำการเซฟเป็นนามสกุล mf เช่น Counter.mf

จากนั้นเข้า command prompt เพื่อรันไฟล์โปรแกรม โดยจะใช้คำสั่ง javac -d . ชื่อไฟล์.java ตัวอย่างเช่น javac -d . Counter.java ซึ่งเราจะได้ไฟลเดอร์ชื่อ counter และมีไฟล์ Counter.class อยู่ข้างใน




ต่อมาเราก็ทำการสร้างไฟล์ .jar โดยใช้คำสั่ง jar -cfm ชื่อไฟล์ที่จะสร้าง.jar ชื่่อไฟล์ Mainfest.mf ที่อยู่ของไฟล์.class ตัวอย่าง เช่น jar -cfm Counter.jar Counter.mf .\counter\*.*





เพียงเท่านี้เราก็จะได้ไฟล์.jar นำไปใช้ใน BeanBox แล้ว
ตอนหน้าเรามาลองจะมาลองใช้ BeanBox กัน ^^


วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Design Pattern (2) : Using with Eclipse

คราวที่แล้วเราลองใช้ Netbeans กันไปแล้ว คราวนี้เรามาลองใช้ Eclipse กันดูบ้าง

ในการใช้งาน Design Patterns ใน Eclipse นั้น ก่อนการใช้งาน จะต้องทำการติดตั้ง Plugin เสียก่อนก่อน เมื่อทำการติดตั้ง Plugin เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วจึงจะสามารถใช้งาน Design Patterns ใน Eclipse ได้ โดยวิธีการติดตั้ง Plugin และวิธีการใช้งาน Design Patterns ใน Eclipse มีดังนี้
วิธีการติดตั้ง Plugin
ทำการติดตั้ง Plugin โดย Download Plugin จาก http://www.patternbox.com/

เมื่อทำการ Download Plugin มาแล้ว จะได้มาในรูปของ



ทำการ Unzip และ นำ Floder นี้



ไปใส่ไว้ใน Floder ที่ชื่อว่า plugins ใน Directory ที่เราได้ทำการติดตั้ง Eclipse ไว้ ดังรูป



เมื่อทำการติดตั้ง Plugin เรียบร้อยแล้ว สามารถตรวจสอบได้ โดยเข้าไปที่ File > New > Orther… จากนั้นจะปรากฏ ดังรูป



เลือก Java ถ้ามี Design Patter Wizard ปรากฏอยู่ดังรูป แสดงว่าสามารถใช้งาน Design Patterns ใน Eclipse ได้แล้ว



ต่อมาเรามาดูวิธีการใช้งานกันบ้าง

ทำการสร้าง Java Project โดยไปที่ File > New > Java Project จะปรากฏดังรูป



ทำการตั้งชื่อ Project ที่ช่อง Project Name โดยในที่นี้ตั้งชื่อว่า Design Patterns จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Finish


เมื่อทำการสร้าง Project เรียบร้อยแล้ว ไปที่ File > New > Orther… > Java > Design Patter Wizard ดังรูป จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Next >



เมื่อกด Next > แล้ว จาปรากฏรูปดังนี้



ที่ Container: ให้ทำการกด Browse… เพื่อเลือก Project ที่เราได้ทำการสร้างขึ้นในขั้นตอนที่ 1 ในที่นี้มีชื่อว่า DesignPatterns จากนั้นคลิกที่ปุ่ม OK



เมื่อเข้าไปดูใน GOF จะพบว่ามี Pattern อยู่ 3 หมวดใหญ่ๆ คือ
1. Creational Pattern
2. Structural Pattern
3. Behavioral Patter
ดังรูป



ซึ่งภายในแต่ละหมวดนั้น จะมี Pattern ต่างๆ มากมาย ในที่นี้ขอเลือกใช้ Singleton จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Finish ดังรูป



เมื่อคลิกที่ปุ่ม Finish จะปรากฏดังรูป




จากนั้นคลิกที่ Singleton [1..1] และคลิกที่ปุ่ม Add… จะได้ดังรูป



โดยช่อง Source folder: ให้ทำการคลิกที่ปุ่ม Browse… จะปรากฏรูปดังนี้



จากนั้นคลิกที่ DesignPatterns > src และคลิกที่ปุ่ม OK จากนั้นที่ช่อง Package: ให้พิมพ์ชื่อว่า MySingleton และที่ช่อง Name: ให้พิมพ์ชื่อว่า Singleton และคลิกที่ปุ่ม Finish ดังรูป



หลังจากคลิกที่ปุ่ม Finish แล้ว จากนั้นก็ทำการ Add เช่นเดิมใน Client [1..*]

เมื่อทำตามขั้นตอนข้างต้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็จะได้ Design Pattern ตามที่เราต้องการ ^^